ผู้เขียน หัวข้อ: สอนทำเบเกอรี่ มาการอง ของขนมสีสันผ่องใส หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ สอนทำอาหาร  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

09-11-2018 , 11:59:26
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 22892
    • ดูรายละเอียด

เรียนทำเบเกอรี่ มาการอง ของขนมสีสันสดใส  หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ เรียนทำอาหาร   เรียนทำขนมปัง ขนมไทย, ทำเบเกอรี่, เรียนทำเบเกอรี่ เบเกอรี่ฝรั่งเศส
 
เพราะเหตุใดธุรกิจร้านเบเกอรี่ถึงน่าลงทุน
สามารถทำผู้เดียวได้ เนื่องจากถ้าเกิดพวกเราเริ่ม จากการรับขนมจากที่อื่นๆมาขาย นั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องจ้างผู้ช่วย ซึ่งผู้เดียวก็สามารถดูแลร้านค้าได้เอง ทั้งหมด ไม่ต้องลงทุนสำหรับเพื่อการว่าจ้างลูกจ้าง และวุ่นวายกับคนโดยส่วนใหญ่
-ปัจจุบัน ร้านเบเกอรี่ นั้น เข้ากับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ เพราะคนรุ่นใหม่นิยม ไปนั่งตามร้านค้าขนม เพื่อพักผ่อน นั่งคุย เจรจากับสหาย หรือนั่งอ่านหนังสือ เพื่อผ่อนคลาย การเปิดร้านของหวานแบบเต็มรูปแบบ จึงตอบโจทย์ข้อนี้ได้ รวมทั้งทำรายได้ให้กับธุรกิจได้ อย่างมาก อย่างไม่ต้องสงสัย
-ความชื่นชอบเบเกอรี่ ของคนสมัยใหม่ ที่มีเวลาน้อย เลือกกินเบเกอรี่เป็น อาหารจานด่วน หรือรองท้อง ผู้คนจำนวนมากอาจเคยรับรู้คำว่า “กองทัพจำต้องเดินด้วยท้อง” เมื่อคุณเดินทางไกล หรืออยู่ในช่วงเวลาเร่งรีบ ไม่อาจจะหาที่นั่งกินอาหารได้ การกินขนมที่ซื้อข้างทาง จะช่วยทำให้คุณคลายหิวไปได้ ก่อนที่จะคุณจะทำธุระเสร็จ รวมทั้งไปกินอาหารมื้อใหญ่ต่อไป
การเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่
ก่อนจะลงทุนในธุรกิจใดๆก็ตามก็จึงควรมีการเตรียมความพร้อมให้พร้อมกั่น ซึ่งธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดก็ไม่แตกต่างกัน จำเป็นมากที่ผู้ลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงความพร้อมก่อนจะมีการลงทุน ซึ่งอาทิเช่น
เงินทุน
สำคัญเป็นลำดับหนึ่งก็เนื่องจากว่าเงินทุนคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ก่อนการผลิตเบเกอรี่เป็นไปด้วยดี จำนวนเงินลงทุนย่อมนาๆประการตามลักษณะของธุรกิจว่าอยากได้ให้ออกมาในลักษณะใด ซึ่งก็จำต้องพินิจพิจารณาและพิจารณาตามกำลังของตัวอง เพราะด้วยทั่วไปแล้วการลงทุนในขั้นแรกจะเน้นไปที่สิ่งของปกรณ์ ซึ่งถือได้ว่าทุนคงเดิม รวมทั้งจะให้ผลตอบแทนกลับมาภายในเวลาไม่นาน ด้วยเหตุนี้ควรเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่คุณภาพดี มีการค้ำประกัน แม้จะราคาแพงแต่มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพ
ส่วนต้นทุนอีกอย่างครั้งเรียกกันว่าต้นทุนแปรเปลี่ยนแปร เช่น ค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง หรือค่าครองชีพที่เปลี่ยนได้ นับว่ากลุ่มนี้เป็นเงินทุนที่นักลงทุนเองต้องตระเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อสามารถเงินทุนสามารถหมุนวนได้อย่างไม่ขัดข้อง
-วิชาความรู้ความชำนิชำนาญ
ต้องสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดมาก เพราะเหตุว่าควรเรียนรู้ถึงใอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้แล้วก็วัตถุดิบทั้งหมดทุกอย่างสำหรับในการทำเบเกอรี่ ควรศึกษาว่าแป้งมีกี่จำพวก น้ำตาลหรือวัตถุดิบตัวอึ่นๆมีคุณลักษณะยังไงใช้เป็นส่วนประกอบในเบเกอรี่แต่ละชนิดเพื่ออะไร นอกเหนือจากนั้นยังจะต้องฝึกซ้อมและเชี่ยวชาญสำหรับเพื่อการทำ เบเกอรี่มากพอที่จะควบคุมประสิทธิภาพแล้วก็รสชาติได้ เพื่อให้ขนมที่ผลิตมีคุณภาพและรสชาติที่แบบเดียวกัน
ในช่วงเวลานี้ มีโรงเรียนสอนทำเบเกอรีมากมายก่ายกอง เราสามารถเลือกเรียนได้ ได้ตามต้องการ อีกทั้งสามารถเลือกเฉพาะวิชาที่สนใจได้ ซึ่งจำนวนมากหากแม้เขาเรียนเพียงแค่คอร์สเดียวก็สามารถนำมาปรับใช้รวมทั้งทำขายได้ทันที รวมถึงการศึกษาสูตรรวมทั้งการทำจากเพื่อนฝูงหรือพี่น้อง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะไม่ต้องเลยรายจ่ายสำหรับการเข้าชั้นเรียนกับโรงเรียนสอนทำเบเกอรี่ต่างๆ
-ศึกษาตลาดและคู่ต่อสู้
ผู้ผลิตควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าถึงสภาวะการตลาดเพื่อการทำความเข้าใจสำหรับการดำเนินธุรกิจของเรา ควรศึกษาค้นคว้าว่ากาตลาดเบเกอรี่ในช่วงนั้นๆเป็นอย่างไร มีกรุ๊ปคู่ต่อสู้จำนวนราวๆกี่ราย และก็แต่ละรายมีข้อเด่นจุดด้วยอะไรบ้าง รวมทั้งเราต้องหาคุณลักษณะเด่นของพวกเรา แล้วก็ปรับอุบายเพื่อให้สู้กับคู่ปรปักษ์ให้ได้ การ มองหา ร้านขายของสำหรับฝากขายมีความสำคัญมากในการที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของพวกเราก้าวไปด้านหน้าหรือจะถอยหลัง ร้านค้าที่เห็นสมควรมีความสนใจคือร้านที่อยู่ในย่านชุมชน มีทำเลดี มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าไว้พร้อม มีการขยับเขยื้อนของปริมาณลูกค้าและเวียนผลิตภัณฑ์ตลอดทั้งวัน รวมทั้งทางร้านค้ามีลัษณะทิศทางที่จะช่วยพรีเซ็นท์สินค้าของพวกเรา เพื่อไม่ให้สินค้าของพวกเราถูกกักไว้เพื่อรอคอยส่งคืนคืนสิ่งเดียว
-หาแหล่งวัตถุดิบที่สมควรทั้งเรื่องราคาและคุณภาพ
การซื้อวัตถุดิบสำหรับเฉพาะกระบวนการทำเบเกอรี่ ย่อมทำให้ได้วัตถุดิบที่มีราคาถูกกว่าซื้อตามห้างทั่วๆไป และยังคงได้อุปกรณ์สำหรับเพื่อการทำเบเกอรี่อย่างสมบูรณ์
รูปแบบของธุรกิจร้านเบเกอรี่ อาชีพอิสระ รายได้ดี
-รับขนมจากที่อื่นๆมาขาย
Bakery ยี่ห้อ HOME ของมหาวิทยาลัยราชภัฎ สวนดุสิต เป็นตัวอย่างสุด Classic ของ ร้านเบเกอรี่ รูปแบบนี้ เราจะมองเห็นคนนำของหวานยี่ห้อ HOME มาเดินขายดังที่ต่างๆหรือจัดโต๊ะขายก็ตาม ลักษณะนี้เป็นแบบที่เริ่มต้นง่าย เพียงแต่ไปรับขนม และก็เอามาตั้งขาย ไม่ต้องจมทุนไปกับการซื้อเครื่องอบของหวาน ไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงทำ และขนมที่ขายอร่อยแน่นอน
- ทำของหวานขายเอง
แม้คุณมีเงินทุนเยอะขึ้นเรื่อยๆมาหน่อย และเคยไปเรียนทำ Bakery มา หรือมั่นใจในฝีมือ ธุรกิจร้านเบเกอรี่จำพวกนี้ จะทำเงินได้มากกว่า ด้วยเหตุว่าพวกเราไม่ต้องไปรับขนม มาจากที่อื่น ซึ่งมีต้นทุนที่ซื้อมา แพงกว่าขนมที่พวกเราทำเองอย่างแน่แท้ แต่ก็ต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่า เงินทุนที่ลงเพิ่มไป จะคุ้มกับรายได้ที่ได้มากขึ้นมาหรือไม่
- ร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มแบบ
หากไม่ต้องการขายแค่ Bakery อย่างเดียว และรู้สึกว่าขนมที่ทำขึ้นมา มีดีกว่าเพียงแค่จะเป็นร้านค้าทั่วๆไป ก็เปิดร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มต้นแบบได้เลย เพราะว่าราคาของหวานจะขายได้แพงกว่า 2 แบบแรก โดยมีจุดหมาย ให้เป็นจุดสำหรับนัดพบ สำหรับมาทานของหวาน นั่งคุยกัน หรือนั่งอ่านหนังสือ ซึ่งกับ Lifestyle ของคนรุ่นหลังด้วย
 
สูตรคัพเค้ก
 คัพเค้กช็อกโกแลตคาราเมล (สนิกเกอร์ส)
หลังจากชิมคัพเค้กมาถึง 7 สูตรแล้วถ้าหากยังไม่จุใจมาต่อกันด้วยคัพเค้กช็อกโกแลตคาราเมลที่ใช้ขนมสุดอร่อยอย่างสนิกเกอร์สมาเป็นส่วนผสม เนื้อเค้กรสโกโก้ บีบครีมเนยถั่วลงไป ราดซอสคาราเมล ตกแต่งด้วยสนิกเกอร์ส แหม… ทั้งหวานหอมคาราเมลแบบนี้ ชิ้นเดียวไม่พอแน่นอน
ส่วนผสม คัพเค้กช็อกโกแลต
- ผงโกโก้ 1/2 ถ้วย
 - แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3/4 ถ้วย
 - เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
 - ผงฟู 3/4 ช้อนชา
 - เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
 - ไข่ไก่ 2 ฟอง (อุณหภูมิห้อง)
 - น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
 - น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย
 - น้ำมันพืช 1/3 ถ้วย
 - กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
 - บัตเตอร์มิลค์ 1/2 ถ้วย
ส่วนผสม ครีมเนยถั่วฟรอสติ้ง
- เนยจืด 5 ช้อนโต๊ะ
 - เนยถั่ว 1 ถ้วย
 - น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
 - เฮฟวี่ครีม 1/3 ถ้วย
 - กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
 - เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
 - ซอสคาราเมลสำเร็จรูป (สำหรับราด)
 - สนิกเกอร์สสับ 5-6 แท่ง (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำคัพเค้กช็อกโกแลตคาราเมล (สนิกเกอร์ส)
1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
 2. เรียงพิมพ์มัฟฟิน 12 ถ้วยบนถาดอบ เตรียมไว้
 3. ทำคัพเค้ก โดยผสมผงโกโก้ แป้งสาลีอเนกประสงค์ เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือป่นให้เข้ากัน เตรียมไว้
 4. ตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย น้ำตาลทรายแดง น้ำมันพืช และกลิ่นวานิลลาให้เข้ากันจนเนียน เสร็จแล้วเทส่วนผสมแป้ง 1/2 ส่วนลงไปผสมให้เข้ากัน พักไว้
 5. นำส่วนผสมแป้งอีก 1/2 ส่วนที่เหลือเอาไปผสมกับบัตเตอร์มิลค์ เสร็จแล้วนำไปผสมกับส่วนผสมไข่ไก่จนเข้ากัน
 6. หยอดส่วนผสมคัพเค้กลงในพิมพ์มัฟฟิน นำเข้าเตาอบประมาณ 18-19 นาที หรือจนสุก พักไว้ให้เย็น นำออกมาจากพิมพ์
 7. ทำช็อกโกแลตคาราเมลโดยตีเนยจืดด้วยความเร็วปานกลางประมาณ 1 นาที ใส่เนยถั่วตีต่อจนเข้ากัน ใส่น้ำตาลไอซิ่ง เฮฟวี่ครีม กลิ่นวานิลลา และเกลือป่นลงไปตีให้เข้ากันประมาณ 20 วินาที แล้วมาตีด้วยความเร็วสูงประมาณ 1 นาที
 8. นำไปบีบตกแต่งบนหน้าคัพเค้ก ราดซอสคาราเมล โรยสนิกเกอร์สให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ


เค้กถ้วยช็อกโกแลต
ใครมีไมโครเวฟเอาออกมาปัดฝุ่นกันหน่อย จะได้เอามาทำเค้กถ้วยช็อกโกแลต สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1860279 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใส่ข้าวโอ๊ตผสมแป้งมะพร้าว เติมกรีกโยเกิร์ต ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ผงโกโก้ เสิร์ฟในถ้วยเล็กกะทัดรัด อิ่มอร่อยพอดีท้อง
ส่วนผสม เค้กถ้วย
• ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะ
 • แป้งมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
 • ผงโกโก้แท้ 1 ช้อนโต๊ะ
 • ไข่ขาว 1 ฟอง
 • กรีกโยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ
 • ผงฟู เล็กน้อย
 • เกลือทะเล เล็กน้อย
วิธีทำเค้กถ้วย
1. หาแก้วที่เข้าไมโครเวฟได้ ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกลงไปค่ะ
 2. นำส่วนผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน และเทใส่แก้วที่ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกไว้แล้ว
 3. นำเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟ 800 วัตต์ ประมาณ 1.30 นาที นำออกมาเสิร์ฟ

 
 
ความเป็นมาของขนมสีสันสดใส มาการูนหรือมาการอง (Macaroon)
มาการูน หรือ มาการอง (Macaroon) ของหวานรูปวงกลมเชื้อชาติประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีสีสันแจ่มใส สอดไส้กึ่งกลาง เชิญให้น่ารับประทาน กำลังได้รับความนิยมอย่างมากมายแล้วก็พบเห็นกันได้มากไม่น้อยเลยทีเดียวตามห้าง ร้านเบเกอรี่ หรือในโฮเต็ลประเทศไทยเดี๋ยวนี้
 คนใดกันแน่จะรู้บ้างว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของอาหารหวานทรงกลมสีสันแจ่มใสที่น่าอร่อยนี้เป็นของหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี มาจากคำว่า "Maccaone หรือ Maccherone" ในภาษาอิตาลี มาการองหรือมาการูน เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1553 โดยเชฟหญิงชาวอิตาลีที่มีนามว่า Catherine de Medicis ในงานสมรสของเธอกับ Duc d'Orleans หรือกษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 ของประเทศฝรั่งเศส ในอีก 21 ปีถัดมานั่นเอง
มาการองหรือมาการูน เริ่มแรกเป็นขนมที่สร้างขึ้นมาง่ายๆจากอัลมอนต์ น้ำตาลรวมทั้งไข่ขาวแค่นั้น ซึ่งเป็นของที่มีราคาไม่แพงและก็มีคุณค่าทางอาหาร มีการบันทึกไว้ว่าหลานสาวของ Catherine de Medicis รวมทั้งชาวฝรั่งเศสใช้รับประทานเพื่อประทังชีวิตในสมัยข้าวยากหมากแพง
จนตราบเท่าช่วงต้นศตวรรษที่ 20 หน้าตาของ มาการองหรือมาการูน ก็แปรไปเป็นขนมที่มีชีวิตชีวาจัดจ้า รวมทั้งนำมาการูนสองแผ่นมาตามติดกันโดยมีไส้ "chocolate panache (ช็อกโกแล็ตผสมครีม)" โดย Pierre Desfontaines หลายชายของ Louis Ernest Laduree (Laduree pastry and Salon de the,rue Royale) ร้านเบเกอรี่มีชื่อเสียงในประเทศฝรั่งเศส
วิธีการทำมาการองคร่าวๆคือ การผสมไข่ขาว น้ำตาล แล้วก็อัลมอนด์ล้วนๆบดละเอียดจนถึงเป็นผงเหมือนแป้ง เรียกส่วนผสมนี้ว่า เมอแรงก์ (meringue) ตักเมอแรงก์ใส่กรวยแล้วบีบลงบนถาดอบเป็นชิ้นกลมๆขนาดเล็ก และก็ถูกตากทิ้งเอาไว้สักพักและหลังจากนั้นก็ค่อยนำเข้าเตาอบ ออกมาเป็นฝามาการอง (Shell) แล้วทำไส้สอดไว้ตรงกลาง
 กระบวนการทำมาการองเจ้าตำรับ ต่างกันตั้งแต่วิธีเตรียมเมอแรงก์แบบที่นิยมทำกันในตอนนี้ กระบวนการทำมาการองแบบต้นตำรับนั้นต้องใช้วิธีจัดแจงเมอแรงก์แบบ "เฟรนช์ เมอแรงก์ (French Meringue)" คือการตีไข่ขาวกับน้ำตาลทรายแบบไม่ต้องต้ม ใช้มือค่อยๆตีไปเรื่อยซึ่งเป็นแนวทางดั้งเดิมที่คนฝรั่งเศสทำมาเมื่อร้อยปีที่ล่วงเลยไป ร้านค้ามาการองที่เป็นที่รู้จักในขณะนี้ของฝรั่งเศสก็ยังคงใช้วิธีดั้งเดิมนี้อยู่ แต่ในตอนนี้คนส่วนใหญ่ไม่มีผู้ใดทำแล้ว ด้วยเหตุว่าวิธีการทำยุ่งยากกว่าแนวทางต้มน้ำตาลด้วยความร้อนซึ่งจะก่อให้ผิวของมาการองแตกต่างกัน แล้วก็แบบดั้งเดิมจำต้องใช้เวลาตากที่อุณหภูมิปกติอย่างต่ำ 3 ชั่วโมงถึงจะนำเข้าอบได้ ในเวลาที่วิธีต้มน้ำตาล ทิ้งเอาไว้เพียง 15 นาที ก็นำเข้าเตาอบได้เลย
มาการองปัจจุบันนิยมต้มน้ำตาลทรายที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่อรวมกับไข่ขาวจะมีความแน่นรวมทั้งคงตัวช่วยไม่ให้ผิวหน้ามาการองแตกจากการอบ ผิวเรียบงาม แม้กระนั้นไม่มีความนุ่มเท่ากับแนวทางตีน้ำตาลทราย ไข่ขาวและก็ผงอัลมอนด์ให้ขึ้นฟูเบาๆซึ่งจะต้องอาศัยความชำนิชำนาญ
กระบวนการทำมาการองต้นตำรับแบบ เฟรนช์ เมอแรงก์ ทำให้จับตัวได้ฝามาการอง (Shell) ซึ่งผิวสัมผัสด้านนอกจะกรอบบางๆกัดนิดหนึ่งจะพบความอ่อนนุ่มของเนื้อเชลล์เกือบจะละลายในปากผสมผสานจนกลมกลืนไปกับรสชาติของไส้
เอกลักษณ์ของมาการองอีกจุดเป็น"ชายลูกไม้ฝรั่งเศส (skirt)" คือส่วนที่เป็นรอยหยักๆบริเวณรอบๆขอบเชลล์ ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากส่วนประกอบและก็การอบที่เหมาะสม หากอบแล้วไม่มีสเกิร์ตเกิดขึ้น ตัวเชลล์จะแปลงเป็นขนมผิงที่กรอบทั้งชิ้น
|
ขมป้งบ้านครูแอน อร่อย การันตี เรียนแล้วทำเป็น ชัวร์
|
อยากทำขนมเค้กเป็น อยากทำขนมอร่อยๆ เรียนกับครูแอนเลย
|
ทำขนมเค้กกินเอง ขนมปัง เบเกอรี่ บ้านครูแอน สอนเป็นกันเอง เรียนจบต้องทำเป็นให้จงได้
}
คอร์สแต่งหน้าเค้ก ไส้ขนมปัง เปิดร้านเบเกอรี่ (สอนส่วนตัว) อร่อยเหาะ

เครดิต : http://www.annann201.com/

Tags :  เค้ก,สอนทำขนมไทย,เรียนทำอาหาร